บ้านน็อคดาวน์อยู่ได้กี่ปี? ทนไหม? แข็งแรงไหม? ร้อนไหม? ดีไหม?

วันนี้จะมาตอบข้อสงสัย สำหรับคนเพิ่งจะรู้จักบ้านน็อคดาวน์ถามกันเข้ามาเยอะกันนะครับว่า บ้านน็อคดาวน์อยู่ได้กี่ปี? ทนทานไหม? แข็งแรงไหม? ร้อนไหม? ดีไหม? กันนะครับ มาเริ่มกันเลยครับ

วันนี้จะมาตอบข้อสงสัย สำหรับคนเพิ่งจะรู้จักบ้านน็อคดาวน์ถามกันเข้ามาเยอะกันนะครับว่า บ้านน็อคดาวน์อยู่ได้กี่ปี? ทนทานไหม? แข็งแรงไหม? ร้อนไหม? ดีไหม? กันนะครับ มาเริ่มกันเลยครับ

โดยปกติแล้วการเปรียบเทียบ อายุของโครงสร้างบ้านแต่ละรูปแบบ เราจะเทียบกับบ้านปูนที่เราคุ้นเคยเป็นหลัก ปกติบ้านปูนที่เลือกใช้วัสดุดีๆตั้งแต่ทีแรกอาจจะมีอายุการใช้งานถึง 50-80 ปี และถ้ามีการดูแลดีๆ หมายถึงมีการซ่อมแซม อยู่สม่ำเสมอ ก็จะอยู่ได้ไปเรื่อยๆ แต่ก็จะมีชิ้นส่วนที่แตกหัก เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาที่ต้องเปลี่ยน เป็นรอบๆส่วนๆไป อย่างเช่น ผนังปูนแตกร้าว สีลอกสีบวม หลังคาแตกผุ โครงสร้างทรุด พื้นแตกพื้นทรุด ฝ้าร่วง ประตูผุพัง ฯลฯ เป็นต้น

บ้านน็อคดาวน์อยู่ได้กี่ปี

อายุบ้านน็อคดาวน์

บ้านน็อคดาวน์ก็เช่นกัน สามารถใช้งานไปได้เรื่อยๆตราบใดที่มีการดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ อายุการใช้งานของบ้านน็อคดาวน์หลักๆเลยจะขึ้นอยู่กับเหล็กที่นำมาใช้เป็นโครงสร้าง รวมถึงวัสดุต่างๆ ทีนำมาใช้ประกอบเป็นตัวบ้าน แล้วก็จะขึ้นอยู่วิธีการประกอบ อย่างเช่น การเชื่อม การยึด การประกบชิ้นส่วนต่างๆ โดยช่างผู้ชำนาญ

เหล็กที่มีการใช้งานในการทำเป็นโครงสร้างบ้านจะมี 2 แบบ คือ เหล็กดำ(เป็นสนิมง่าย) และ เหล็กชุบกัลวาไนซ์ โดยเหล็กชุบกลัวาไนซ์จะเป็นที่นิยมนำมาใช้เป็นโครงสร้างบ้านเพราะจะมีการชุบสังกะสีเคลือบทั้งชิ้น ช่วยลดปฎิกิริยาออกซิเดชั่น หรือลดการเกิดสนิมกับเนื้อเหล็กนั่นเอง แต่ถึงแม้จะเป็นเหล็กกัลวาไนซ์แล้ว ในบริเวณจุดรอยเชื่อมของเหล็ก 2 ชิ้นก็จะถูกดูแลด้วยการทาเคลือบสีกันสนิมอีกรอบเพื่อป้องกันการเกิดสนิมที่รอยเชื่อมในอนาคต

บ้านน็อคดาวน์ โครงสร้างเหล็กกัลวาไนซ์

วิธีการวางบ้านในพื้นที่ทางช่างติดตั้งจะต้องคำนึงถึงเรื่องการระบายน้ำและระบายความชื้นไม่ให้เกิดสะสมจนทำให้เหล็กได้รับความชื้น ถ้ามีช่องโฟลว์ลมดี ไม่มีความชื้นใต้บ้าน หรือพื้นบ้านแห้งเร็ว และมีการดูแลเรื่องการทาสีกันสนิมเสริมเข้าไปตามระยเวลาที่แนะนำ ก็จะช่วยยืดอายุโครงสร้างบ้านน็อคดาวน์ไม่ให้ผุกร่อนใช้งานไปได้อีกนานเลยครับ

ทาสีกันสนิม รอยเชื่อม บ้านน็อคดาวน์

ความเข็งแรง ทนทาน

ความแข็งแรงทนทานอาจจะต้องเทียบเป็นรายวัสดุไป ไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนัง หนังคาที่เลือกใช้ โครงสร้างเหล็ก เป็นต้น วัสดุที่ใช้ในการประกอบบ้านน็อคดาวน์ก็จะเป็นวัสดุเหมือนๆกับที่ใช้ในการสร้างบ้านปูนนี่แหล่ะครับ จะแตกต่างกันแค่ที่เรื่องรูปแบบโครงสร้างและผนังเท่านั้นเอง ดังนั้นความทนทานของวัสดุไว้ใจได้เหมือนบ้านปกติเลยครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับเกรดวัสดุที่เลือกใช้อีกว่าเลือกใช้เกรดดีแค่ไหน(วัสดุเกรดดีราคาจะสูงตาม)

ถ้าพูดถึงพื้นและผนังของบ้านน็อคดาวน์อาจจะไม่ได้แข็งแรงเหมือนบ้านปูนแต่ก็มีข้อได้เปรียบเรื่องความเบาและการระบายความร้อนและเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดีกว่า ความแข็งแรงของแผ่นสมาร์ทบอร์ด(ที่ใช้ทำผนังและปูพื้น)ของแต่ละยี่ห้อแต่ละความหนาก็มีความทนทานแตกต่างกันไป สามารถทดแรงกดแรงอัดได้ดีเหมือนกัน

ความร้อน และอุณหภูมิ

หลายคนมักจะถามว่าบ้านน็อคดาวน์ร้อนไหม สามารถตอบได้ดังนี้ว่า ภายในบ้านจะร้อนไม่ร้อนขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของผนัง และเพดาน ของตัวบ้านเป็นหลัก บ้านน็อคดาวน์แต่ละผู้ผลิตจะเลือกใช้วัสดุแตกต่างกันไปตามต้นทุนของวัสดุ(ที่มีผลต่อราคาบ้าน) โดยส่วนมากควรที่จะเลือกวัสดุที่ไม่อมความร้อน สามารถคลายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว และมีความเป็นฉนวนอย่างดี ก็จะช่วยให้ภายในบ้านไม่ร้อน เย็นกว่าข้างนอกแน่นอน

ผนังบ้านน็อคดาวน์

ถ้าเทียบกับบ้านปูนถ้าผนังปูนโดนแดดทั้งวันก็จะดูดซับความร้อนเอาไว้ในตัวเอง (ขึ้นอยู่กับความหนาของผนัง) และในช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืนก็จะค่อยๆคลายความร้อนออกมาเพื่อให้ผนังเย็นลงตามอุณภูมิภายนอกในตอนกลางคืน(คายทั้งในและนอกบ้าน) ถ้าสมมุติผนังปูนที่ใช้การก่ออิฐมอญ อิฐบล็อก อิฐมวลเบา ค่าความเป็นฉนวนก็จะแตกต่างกันไป ทำให้กันความร้อนได้แตกต่างกัน

ผนังบ้านน็อคดาวน์จะนิยมใช้ แผ่นสมาร์ทบอร์ด หรือ ไฟเบอร์ซีเมนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติ ความแข็งแรง การกันแสง การทนแดดได้เหมือนกับผนังอิฐ อยู่ที่ความหนาของผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ที่เลือกใช้

บ้านสําเร็จรูป ข้อดี-ข้อเสีย

ถ้าเราจะต้องเลือกจ้างสร้างบ้านน็อคดาวน์สักหลัง ก็ควรที่จะต้องเข้าใจรูปแบบและข้อจำกัดต่างๆ และโดยทั่วไปแล้วบ้านสําเร็จรูป(บ้านน็อคดาวน์) มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้างให้ได้พิจารณา

ข้อดี

  • สร้างเสร็จเร็ว ได้ใช้งานเร็ว สร้างเสร็จใน 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน (ถ้าบ้านปูนอาจต้องใช้เวลา 4-6 เดือน) กรณีถ้าเป็นร้านค้า ร้านกาแฟ และออฟฟิศ จะสามารถใช้งานได้เร็ว
  • สร้างที่โรงงานจะได้มาตราฐานมากกว่าสร้างหน้างาน เนื่องจากเครื่องมือเครื่องจักร ระบบมาตราฐานที่ใช้ควบคุม
  • ยกไปติดตั้งหน้างาน พื้นไม่สกปรกจากเศษวัสดุต่างๆ ไม่ต้องตั้งแคมป์ก่อสร้าง ติดตั้ง 1-3 วันเสร็จ
  • ไม่ปวดหัวกับกองเศษวัสดุในพื้นที่ คนงาน ช่าง ผู้รับเหมา และอาจทำให้เวลาและงบประมาณบานปลาย
  • ย้ายไปติดตั้งที่อื่นได้ในอนาคตโดยไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหลัง
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องปลวก เนื่องจากเลือกใช้วัสดุที่ไม่ผสมใยไม้

ข้อเสีย

  • ราคาอาจจะสูงหรือต่ำกว่าบ้านปูนเนื่องด้วยวัสดุที่ใช้ประกอบ (ขึ้นอยู่กับเกรดวัสดุ)
  • ความรู้สึกไม่แน่นตึบเหมือนบ้านปูนที่คุ้นชิน
  • ไม่ได้เน้นอยู่ถาวรอาจจะต้องมีการดูแลบำรุงรักษามากว่าบ้านปูนหน่อย
  • ยากต่อการต่อเติมเพิ่มในอนาคต อาจจะต้องคิดแบบแปลนให้เรียบร้อยตั้งแต่ทีแรก

สรุป

แล้วบ้านน็อคดาวน์ดีไหม? เป็นคำถาม ที่ผู้ใช้งานต้องพิจารณา ระหว่าง ความรวดเร็ว การจัดการเศษวัสดุพื้นที่หน้างาน การคุมงบประมาณที่ใช้ ถ้าต้องการใช้ด่วน : แนะนำ, ถ้าไม่ต้องการความสกปรกในพื้นที่ : แนะนำ, ถ้าต้องการคุมงบประมาณ : แนะนำ ส่วนเรื่องการใช้งานในอาคารน็อคดาวน์ไม่ได้แตกต่างจากที่พักอาศัยโดยทั่วไปมากนัก

ส่วนอายุของตัวบ้านน็อคดาวน์ให้เริ่มต้นดูที่ คุณภาพของวัสดุที่นำมาใช้ประกอบ ถ้าเลือกวัสดุดี ก็จะทนอยู่ได้นาน บวกกับการดูแลบำรุงรักษาอย่างดี เช่นการเปลี่ยนวัสดุที่เสื่อมสภาพ การดูแลทาสีกันสนิมตามรอบเวลา แค่นี้ก็ช่วยยืดอายุบ้านน็อคดาวน์ไปได้นานหลายสิบปีอาจจะไปถึงหลัก 40-50 ปีเลยครับตามปัจจัยที่กล่าวมาในขั้นต้น